สรุปการสัมมนา

สรุปผลการสัมมนา

เรื่อง “การวิเคราะห์ความอยู่รอดของนิทานท่ามกลางยุคเทคโนโลยีไร้สาย”

และงานนิทรรศการ “โลกนิทาน”

จัดโดย

นายกำพล พกนนท์  นางสาวกุลธิดา สุธีวร  นางสาวดลดา ชีวะธรรมมานนท์

นายกิตติวัฒน์ พัฒนสาร นายปฏิภาณ ผัสสะผล

ในวันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม 2554

ณ สถาบันวิจัยวัฒนธรรมและศิลปะ อาคารนวัตกรรมวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยบูรพา

 

ในเวลา 09.30 นาฬิกา ได้มีการการเปิดการสัมมนา พร้อมวัตถุประสงค์ในการจัดงาน โดยพิธีกรในการสัมมนา และประธานกล่าวเปิดงาน มีข้อความโดยสรุป ดังต่อไปนี้

คณะผู้จัดสัมมนา มีโครงการสัมมนา เรื่อง “การวิเคราะห์ความอยู่รอดของนิทานท่ามกลางยุคเทคโนโลยีไร้สาย” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้มีความตระหนักถึงประโยชน์ของการเล่านิทาน

เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นเกี่ยวกับนิทาน เพื่อปรับทัศนคติให้ผู้ใช้เทคโนโลยีไร้สายนำมาใช้ให้เกิดต่อนิทาน และเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาของนิทานท่ามท่ามกลางยุคเทคโนโลยีไร้สายต่อไปในอนาคต

การสัมมนาครั้งนี้ใช้เวลา 3 ชั่วโมง มีผู้ร่วมสัมมนา จำนวน 58 คน ประกอบด้วย นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาสารสนเทศศึกษา และนิสิตภาควิชาสารสนเทศ สาขาวิชาบรรณาธิการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

รองศาสตราจารย์ไพพรรณ อินทนิล ประธาน ได้กระทำพิธีเปิดการสัมมนา โครงการ “การวิเคราะห์ความอยู่รอดของนิทานท่ามกลางยุคเทคโนโลยีไร้สาย”

 

ผลจากการสัมมนา

การสัมมนาเรื่อง “การวิเคราะห์ความอยู่รอดของนิทานท่ามกลางยุคเทคโนโลยีไร้สาย”

และงานนิทรรศการ “โลกนิทาน” มีผู้ร่วมสัมมนา จำนวน 58 คน ประกอบด้วย นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาสารสนเทศศึกษา และนิสิตภาควิชาสารสนเทศ สาขาวิชาบรรณาธิการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้มีความตระหนักถึงประโยชน์ของการเล่านิทานเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นเกี่ยวกับนิทาน เพื่อปรับทัศนคติให้ผู้ใช้เทคโนโลยีไร้สายนำมาใช้ให้เกิดต่อนิทาน และเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาของนิทานท่ามท่ามกลางยุคเทคโนโลยีไร้สายต่อไปในอนาคต

 

 

ประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับ

ความรู้และประโยชน์ของนิทาน โดย คณะผู้จัดงานสัมมนา

1.             ความหมายของนิทาน

2.             จุดกำเนิดและวิวัฒนาการของนิทาน

3.             บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับนิทาน

4.             ประเภทของนิทาน และการแบ่งประเภทของนิทาน

5.             นิทานพื้นบ้าน

6.             เจ้าหญิงดิสนี่ย์ และบริบทคนชายขอบในสังคมอเมริกา

 

อภิปรายเรื่อง “การวิเคราะห์ความอยู่รอดของนิทานท่ามกลางยุคเทคโนโลยีไร้สาย” โดย ผู้ทรงคุณวุฒิ คุณมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ และอาจารย์พิเศษ สาขาวิชบรรณาธิการ

                1.อาจารย์คิดเห็นอย่างไรกับคำสัมภาษณ์ของผู้ช่วยรัฐมนตรีคนหนึ่ง ที่ว่านิทานอีสปเป็นเรื่องโบราณ สมควรเปลี่ยนให้เหมาะสมกับยุคสมัย

-  เป็น ความคิดที่ผิด นิทานอีสปถือเป็นนิทานอมตะ แต่โดยผุ้เป็นทาส ยกตัวอย่างเรื่องราชสีห์กับหนู ที่แต่งขึ้นเพื่อเตือนสติผู้มีอำนาจอย่างแยบคาย

2. การที่เยาวชนรุ่นใหม่ไม่รู้จักนิทานไทย จะส่งผลในด้านใดบ้าง ความเป็นอัตลักษณ์

-  ถือ เป็นเรื่องอันตรายมาก ที่เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้จักเรื่องราวที่เป็นรากเหง้าของชนชาติตัวเอง ในขณะที่สื่อต่างประเทศได้ประดังเข้าสู่เด็กบ้านเรา นานวันเข้า เราจะกลายเป็นเมืองขึ้นทางวัฒนธรรมโดยที่ เกาหลี ญี่ปุ่น อเมริกา ไม่เสียกระสุนสักลูกทำสงคราม

3. เมืองนอกของเมืองไทยมีกระบวนการรักษานิทานวรรณกรรมพื้นบ้านอย่างไร

-  เมือง ไทยเราภาครัฐไม่เคยส่งเสริมเรื่องพวกนี้จริงจัง ทำให้นิทานไทยกำลังเลือนหายไป หากแต่มีนักวิชาการไทยที่ศึกษาทางด้านนี้ หนีไปทำงานที่ประเทศลาว เพราะเขาส่งเสริมสนับสนุนดีมากในขณะที่ ชาติเจริญแล้ว เขาก็รู้จักหนังสือมาเป็นพันปีแล้ว มีมหาวิทยาลัยมา 800 กว่าปีแล้ว การรวบรวมรักษาวรรณกรรมพื้นบ้านของเขาจึงมีมานานแล้ว

4. การดูภาพยนตร์นิทานกับการอ่านหนังสือนิทาน มีความต่างกันอย่างไรในแง่จินตนาการ

-  ยก ตัวอย่างง่ายๆ ให้เด็กดูสโนไวท์ ของดิสนีย์ แล้วให้เด็กวาดรูปสโนไวท์ เด็กร้อยคนก็จะวาดเหมือนดิสนีย์ แต่หากให้เด็กอ่านหนังสือ เขาจะวาดสโนไวท์ออกมาเป็นร้อยแบบไม่ซ้ำกัน เพราะการดูหนังไม่ส่งเสริมจินตนาการเท่าการอ่านหนังสือ

การสัมมนาช่วยให้ผู้เข้าร่วมมีความรู้ ความเข้าใจในสาระสำคัญของนิทาน ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมระดมความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจและมองเห็นถึงปัญหา การประยุกต์นำความรู้ที่ได้จากการสัมมนาไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

 

การประเมินผล

การประเมินผลโดยสรุปของผู้ร่วมสัมมนา จำนวน 58 คน ประกอบด้วย นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาสารสนเทศศึกษา และนิสิตภาควิชาสารสนเทศ สาขาวิชาบรรณาธิการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา มีดังนี้

ความน่าสนใจของงานสัมมนา

-                   มีการเล่าตัวอย่างนิทานประกอบ ทำให้น่าสนใจ

-                   มีวิทยากรที่มีความรู้ และทรงคุณวุฒิ

-                   นิทรรศการมีสีสัน ดึงดูดความสนใจ

-                   ให้ความรู้เรื่องนิทานได้ครอบคลุมทั้งนิทานสมัยเก่า สมัยใหม่ และนิทานที่นำมาทำเป็นภาพยนตร์

-                   มีการโต้ตอบ ซักถาม แนวคิดระหว่างผู้จัดสัมมนากับวิทยากร

-                   บางหัวข้อพูดนานเกินไป และแทรกสื่อน้อย

การนำเสนอ

-                   ผู้จัดสัมมนามีการพูดติดขัดเล็กน้อย พูดเร็วไป เบาไป ในบางครั้ง

-                   มีการยกตัวอย่างประกอบ ทำให้เข้าใจง่าย และน่าติดตาม

-                   มีการเรียงลำดับเนื้อหาการนำเสนอได้เป็นขั้นตอน

-                   การนำเสนอในบางหัวข้อเน้นนานมากจนเกินไป และนอกประเด็น

-                   นำเสนอในส่วนของนิทานไทย น้อยกว่านิทานสากล

-                   รูปภาพประกอบสื่อที่นำเสนอมีน้อย

-                   เริ่มการนำเสนอช้า และใช้เวลานาน

ความสวยงามของสถานที่จัด

-                   มีการนำสื่อต่างๆ ในหลายรูปแบบมานำเสนอในส่วนของนิทรรศการ เช่น หนังสือ VCD-DVD ตุ๊กตา จิ๊กซอ หุ่นชัก

-                   มีมุมความรู้ต่างๆเกี่ยวกับนิทานมากมาย เช่น โลกของนิทาน นิทานกับศิลปะ สื่อจากนิทาน

-                   นิทรรศการมีสีสันสวยงาม จัดแบ่งโซนต่างๆได้เป็นระเบียบ

ความถูกต้องของข้อมูลเนื้อหา

-                   มีการจัดเรียงลำดับเนื้อหาดี ไม่กระโดดและข้ามไปมา

-                   มีเนื้อหาที่ละเอียด พร้อมทั้งมีการอ้างอิงแหล่งข้อมูล

-                   เนื้อหาในบางเรื่องไม่ค่อยน่าสนใจ ควรเลือกเรื่องอื่น

-                   เนื้อหาบางหัวข้อมีน้อย ฟังแล้วยังไม่เข้าใจ ควรเพิ่มเนื้อหาเข้าไปอีก

-                   คำศัพท์บางคำควรขยายความหรืออธิบายให้เข้าใจ

ความหลากหลายของสื่อ

-                   มีสื่อที่หลากหลาย น่าสนใจ

-                   ตอนนำเสนอมีเพียงวีดีทัศน์ที่นำมาเปิด ควรจะนำหนังสือ หรือหุ่นมือ มาเสนอด้วย

ข้อเสนอแนะ

-                   powerpoint ที่นำเสนอใช้ขนาดอักษรเล็กเกินไป และภาพประกอบน้อย

-                   ผู้จัดสัมมนาควรมีส่วนร่วมในการนำเสนอทุกคน

-                   ควรแบ่งเวลาให้ดีกว่านี้

-                   ใบประเมิน เป็นแบบเขียนทำให้ไม่ค่อยอยากประเมิน

-                   นิทานมีความสำคัญไม่ใช้เฉพาะกับวัยเด็ก แต่วัยผู้ใหญ่ก็สำคัญเช่นกัน

 

การดำเนินโครงการสัมมนา

นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาสารสนเทศศึกษา และนิสิตภาควิชาสารสนเทศ สาขาวิชาบรรณาธิการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้เข้าร่วมสัมมนายังขาดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวนิทานกับบทบาทของนิทาน หรือทราบแต่เพียงผิวเผิน ในการประยุกต์ใช้นิทานท่ามกลางยุคเทคโนโลยีไร้สาย

ดังนั้น หลังจากการสัมมนาแล้ว ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ความอยู่รอดของนิทานท่ามกลางยุคเทคโนโลยีไร้สาย ประเมินสถานการณ์ ตลอดจนกำหนด วิสัยทัศน์ ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมพัฒนาและการแก้ปัญหา ความอยู่รอดของนิทานท่ามกลางยุคเทคโนโลยีไร้สาย

สรุปผลการสัมมนา เรื่อง “การวิเคราะห์ความอยู่รอดของนิทานท่ามกลางยุคเทคโนโลยีไร้สาย” งานสัมมนาครั้งนี้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับความรู้ในเรื่องของนิทานจากมุมมองต่างๆ ที่ได้จากการรับชมรับฟัง ซักถาม โต้ตอบ ของผู้จัดสัมมนาและวิทยากร และจากการชมนิทรรศการ       “โลกนิทาน” จากความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมสัมมนา  ทำให้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของนิทานไม่ใช้แต่เฉพาะวัยเด็กเท่านั้น แต่กับวัยผู้ใหญ่ก็สำคัญเช่นกัน นิทานช่วยส่งเสริมความคิดและจินตนาการ พร้อมทั้งมีการแทรกคติสอนใจไว้อย่างแยบคายโดยไม่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าตนเองนั้นกำลังถูกสอนอยู่ นิทานยังคงเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงจิตใจของคนในทุกยุคทุกสมัย

โครงการสัมมนา

โครงการสัมมนา

เรื่อง “การวิเคราะห์ความอยู่รอดของนิทานท่ามกลางยุคเทคโนโลยีไร้สาย”

และงานนิทรรศการ “โลกนิทาน”

จัดโดย

นายกำพล พกนนท์  นางสาวกุลธิดา สุธีวร  นางสาวดลดา ชีวะธรรมมานนท์

นายกิตติวัฒน์ พัฒนสาร นายปฏิภาณ ผัสสะผล

ในวันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม 2554

ณ สถาบันวิจัยวัฒนธรรมและศิลปะ อาคารนวัตกรรมวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยบูรพา

 

หลักการและเหตุผล

กิจกรรม ต่างๆที่ดำเนินผ่านเทคโนโลยีเครือข่ายแบบไร้สาย และเทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ทุกที่และทุกเวลา โดยมีอุปกรณ์คือ Notebook Computer, Portable computer, PDA/PAD Phone, Tablet PC เทคโนโลยีเครือข่ายแบบไร้สายเหล่านี้ทำให้เกิดความสะดวกสบาย สามารถเชื่อมต่อกับสื่อที่ให้ความบันเทิงได้หลากหลายรูปแบบทั้งเกมส์ออนไลน์ โทรทัศน์ออนไลน์ วิทยุออนไลน์ และ Social Network ต่างๆ เช่น  Facebook  Twitter  Hi5 ฯลฯ เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังส่งผลกระทบต่อเด็ก ทำให้ขาดทักษะการเรียนรู้ที่จำเป็นต่อการปลูกฝังในวัยเด็ก

วัยเด็กเป็นช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ การเลียนแบบ และการสร้างจินตนาการ สิ่งที่เด็กรับรู้ในวัยนี้จะส่งผลถึงระดับการพัฒนาสติปัญญา  และบุคลิกภาพของเด็กในอนาคต นิทานเป็นกิจกรรมที่จำเป็นสำหรับเด็ก ง่ายและเหมาะกับทุกโอกาส และทุกสถานการณ์ เด็กสามารถเรียนรู้ได้ทุกเรื่องจากนิทาน เหตุผลของการฟังนิทานคือทำให้เด็กมีความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และนิทานยังช่วยให้เด็กได้พัฒนาทักษะการฟัง การพูด การกล้าแสดงออก และนิทานจะสร้างสรรค์นิสัยรักการอ่าน                ด้วยเหตุเหล่านี้จึงได้มีการสัมมนา การวิเคราะห์ความอยู่รอดของนิทานท่ามกลางยุคเทคโนโลยีไร้สาย เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของนิทานที่มีต่อเด็ก และกลุ่มคนทุกวัย

 

วัตถุประสงค์

                1.มีความตระหนักถึงประโยชน์ของการเล่านิทาน

2.เพื่อแลกเปลี่ยน ความรู้ ความคิดเห็น เกี่ยวกับนิทาน

3.เพื่อปรับทัศนคติผู้ใช้เทคโนโลยีไร้สายที่มีผลต่อนิทาน

4.เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาของนิทาน

 

ผู้เข้าร่วมสัมมนา

                นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาสารสนเทศศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และบุคคลทั่วไปที่สนใจ

 

วัน เวลา และสถานที่สัมมนา

                วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม 2554 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ สถาบันวิจัยวัฒนธรรมและศิลปะ อาคารนวัตกรรมวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยบูรพา

 

รายละเอียดและวิธีการดำเนินงาน

จัดการ สัมมนา อภิปรายโดยผู้จัดสัมมนา และจัดวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ คุณมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ และอาจารย์พิเศษ สาขาวิชาบรรณาธิการ ถาม – ตอบ ปัญหา ร่วมแสดงความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมมนา รับชมความรู้จากงานนิทรรศการ “โลกนิทาน”

 

ผู้รับผิดชอบโครงการ

นายกำพล พกนนท์                            รหัสนิสิต 51028546

นางสาวกุลธิดา สุธีวร                        รหัสนิสิต 51028553

นางสาวดลดา ชีวะธรรมมานนท์       รหัสนิสิต 51028614

นายกิตติวัฒน์ พัฒนสาร                    รหัสนิสิต 51121766

นายปฏิภาณ ผัสสะผล                       รหัสนิสิต 51121872

 

งบประมาณ

นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาสารสนเทศศึกษา กลุ่มนิทาน

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1. เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการเข้าร่วมสัมมนา

2. ผู้ปกครองเกิดความรู้ความเข้าในตระหนักถึงความสำคัญของนิทาน

3. สามารถปรับใช้เทคโนโลยีไร้สายให้เกิดประโยชน์ต่อนิทานได้

 

การติดตามผล

โดยวิธีการผ่านการตอบรับหลังการสัมมนา บนเครื่อข่ายอินเทอร์เน็ต http://worldfable.wordpress.com

 

กำหนดการสัมมนา

เรื่อง “การวิเคราะห์ความอยู่รอดของนิทานท่ามกลางยุคเทคโนโลยีไร้สาย”

และงานนิทรรศการ “โลกนิทาน”

จัดโดย

นายกำพล พกนนท์  นางสาวกุลธิดา สุธีวร  นางสาวดลดา ชีวะธรรมมานนท์

นายกิตติวัฒน์ พัฒนสาร นายปฏิภาณ ผัสสะผล

ในวันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม 2554

ณ สถาบันวิจัยวัฒนธรรมและศิลปะ อาคารนวัตกรรมวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยบูรพา

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม 2554

เวลา 09.00 – 09.30 นาฬิกา             ลงทะเบียน และชมนิทรรศการ “โลกนิทาน”

เวลา 09.30 – 09.45 นาฬิกา             การกล่าวเปิดการสัมมนา พร้อมวัตถุประสงค์ในการจัดงาน โดย นางสาวดลดา ชีวะธรรมมานนท์

และประธานกล่าวเปิดงาน โดย รองศาสตราจารย์ไพพรรณ อินทนิล

เวลา 09.45– 10.45 นาฬิกา              ให้ความรู้และประโยชน์ของนิทาน โดย คณะผู้จัดงานสัมมนา

เวลา 10.45– 11.45 นาฬิกา               อภิปรายเรื่อง “การวิเคราะห์ความอยู่รอดของนิทานท่ามกลางยุคเทคโนโลยีไร้สาย” โดย ผู้ทรงคุณวุฒิ คุณ มกุฏ อรฤดี บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ และอาจารย์พิเศษ สาขาวิชาบรรณาธิการ

เวลา 11.45 – 12.00 นาฬิกา             สรุปผลการสัมมนา พร้อมตอบข้อซักถาม

เวลา 12.00 นาฬิกา                             กล่าวขอบคุณวิทยากร ผู้เข้าร่วมสัมมนา และปิดการสัมมนา

นิทานกับภูมิศาสตร์ของโลก

การแบ่งนิทานตามเขตพื้นที่ (Area) การแบ่งนิทานพื้นบ้านลักษณะนี้ แบ่งโดยอาศัยเขตแดนทางภูมิศาสตร์ เป็นเขตใหญ่ๆ ดังนี้

1.1 เขตอินเดีย มีวรรณกรรมที่จารึกเป็นลายลักษณ์อักษรมีอายุกว่า 2,000 ปี นิทานที่เป็นนิทานพื้นบ้านมีทั้งที่เป็นฝ่ายศาสนาพราหมณ์ ศาสนาพุทธ และนิทานศาสนาอื่นๆ เป็นอันมาก เช่น ปัญจตันตระและชาดก นักมานุษยวิทยาถือว่าอินเดียเป็นแหล่งกำเนิดใหญ่แห่งนิทานพื้นบ้าน ซึ่งต่อมาได้แพร่กระจายไปเกือบทั่วโลก ประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชียอาคเนย์เป็นถิ่นที่อยู่ใกล้ จึงได้รับอิทธิพลมาก โดยเฉพาะนิทานประเภทที่เกี่ยวกับศาสนาทั้งศาสนาพุทธ ศาสนาพราหมณ์และอื่นๆ

1.2 เขตประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม ผู้คนในเขตนี้ใช้ภาษาอาหรับเหมือนกัน มีขนบธรรมเนียมประเพณีและพิธีกรรมทางศาสนาเหมือนกัน ทำให้ประสานคนในเขตนี้เข้าด้วยกัน และถือว่าการเล่านิทานเป็นอาชีพสำคัญ นักเล่านิทานมีทั่วไปในหมู่บ้าน ในเมืองใหญ่และตามตลาดที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากัน นิทานสำคัญได้แก่ พันหนึ่งทิวา (Thousand and One Night)

1.3 เขตชนชาติยิวในเอเชียไมเนอร์ มีชนชาติยิวเป็นตัวกลางรับถ่ายทอดนิทานจากเอเชียไปยังยุโรป และจากยุโรปมายังเอเชีย มีนิทานพื้นบ้านเป็นจำนวนมากที่เล่ากันแพร่หลายในชุมชนชาวยิว ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในยุโรปและอเมริกา

1.4 เขตประเทศสลาวิค คือ ดินแดนอันกว้างใหญ่ของรัสเซีย ลักษณะของนิทานพื้นบ้านของเขตรัสเซียมีลักษณะประสม คือเป็นแบบตะวันออกในบางถิ่นที่มีเขตติดต่อกับตะวันออกของรัสเซีย แล้วแผ่ขยายไปจนถึงตอนกลางของไซบีเรีย

1.5 เขตรัฐต่างๆ แถบตะวันออกของทะเลบอลติก ได้แก่ฟินแลนด์ เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย เป็นแหล่งสำคัญของนิทานพื้นบ้าน เป็นที่แลกเปลี่ยนนิทานกับเขตอื่นๆ ทั้งอิทธิพลของตะวันออกและอิทธิพลของตะวันตก

1.6 เขตแหลมสแกนดิเนเวีย ได้แก่ ชนชาติที่อยู่ในแหลมสแกนดิเนเวียมีสวีเดน นอรเวย์และเดนมาร์ก ได้เข้าไปตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นเวลาช้านาน ก่อนสมัยประวัติศาสตร์ และเป็นคนเผ่าพันธุ์เดียวกับชนชาติที่อยู่บนเกาะฟาโร (Faroe Island) และไอซแลนด์ (Iceland) พวกที่อยู่แถบแหลมสแกนดิเนเวีย และเกาะทั้งสองมีนิทานพื้นบ้านคล้ายคลึงกันมาก

1.7 เขตของชนชาติที่พูดภาษาเยอรมัน นิทานของเยอรมันมีลักษณะประสมมีต้นเค้ามาจากชาติอื่นๆ อีกหลายชาติ เยอรมนีเป็นตัวกลางรับถ่ายทอด เนื่องจากประเทศเยอรมนี มีเขตติดต่อกับประเทศสโลวาเกียทางด้านตะวันออก และติดต่อกับประเทศในยุโรปทางทิศตะวันตกและทิศใต้ นิทานพื้นบ้านของประเทศแถบทะเลบอลติก โบฮิเมีย ยูโกสลาเวีย ฮังการี เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีเค้าใกล้เคียงกับนิทานเยอรมันพอที่จะเทียบเคียงกันได้

1.8 เขตประเทศฝรั่งเศส ประเทศฝรั่งเศสเป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมของยุโรปแห่งหนึ่ง ชาวฝรั่งเศสมีนิทานต่างๆ มาช้านาน เป็นที่นิยมเล่าสืบต่อกันมาและกระจายไปทั่วยุโรป และส่วนที่ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายรับจากที่อื่น ก็นำมาประสมประสานกันเป็นแบบฝรั่งเศสก็มีมาก และนิทานเหล่านี้ติดตามชาวฝรั่งเศสที่ไปตั้งถิ่นฐานในแถบต่างๆ ของโลก เช่น ในสหรัฐอเมริกา (โดยเฉพาะในมลรัฐหลุยเซียนาและมลรัฐมิสซูรี) และในทวีปแอฟริกา เป็นต้น

1.9 เขตประเทศสเปนและโปรตุเกส นิทานพื้นบ้านของประเทศนี้มีลักษณะแตกต่างออกไปจากแถบอื่นๆ พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศสเปน เคยถูกแขกมัวร์ครอบครองอยู่เป็นเวลานานถึง 700 ปี จึงมีร่องรอยของวัฒนธรรมอิสลามปรากฏอยู่ อิทธิพลของศาสนานิกายออร์โธดอกซ์และคาทอลิคอยู่ในนิทานที่เกี่ยวกับ

เทวดาและนักบุญมากมาย เมื่อชาวสเปนและโปรตุเกสอพยพไปตั้งถิ่นฐานที่อื่น เช่น ในอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ก็นำวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนติดไปด้วย

1.10 เขตประเทศอิตาลี การเก็บรวบรวมนิทานพื้นบ้านยุโรป มีขึ้นเป็นครั้งแรกที่ประเทศอิตาลี ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16-17 มีนิทานหลายเรื่องมีคุณค่าได้รับการปรับปรุง ให้เป็นวรรณคดีนิทานของอิตาลีได้กระจายต่อไปยังซิซีลี ซาร์ดิเนีย เกาะคอร์ซิกาและเกาะมอลตา

 

1.11 เขตประเทศอังกฤษ นิทานพื้นบ้านของอังกฤษมีไม่มากนัก ความนิยมในการเล่าเรื่องมักจะอยู่ในรูปของร้อยกรอง เช่น Ballad แต่ยังมีเค้าวรรณกรรมอื่นๆ ที่แสดงว่าอังกฤษมีนิทานชาวบ้านมิใช่น้อยเหมือนกัน และมีการรวบรวมนิทานพื้นบ้านมาตั้งแต่เมื่อประมาณ 100 กว่าปีมาแล้ว นิทานเรื่องสำคัญๆ เช่น แย็คและต้นถั่วแย็คผู้ฆ่ายักษ์ คนฉลาดเมืองกอแธม ซึ่งมีลักษณะเป็นอังกฤษเด่นชัด

1.12 เขตสกอตแลนด์และไอร์แลนด์ ผู้รวบรวมนิทานพื้นบ้านชาวอิตาลีชื่อแคมป์เบลล์ (Campbell) ได้รวบรวมนิทานของเขตนี้ไว้ ในลักษณะภาษาถิ่นมีผู้แปลออกเป็นภาษาอื่นๆ อีกหลายภาษา

สารัตถะของนิทาน (Motif- Index)

A Mythological Motifs (เทพนิยาย) เกี่ยวกับการสร้างโลก ธรรมชาติของโลก กำเนิดชีวิต การสร้างสัตว์และพืช มีประเภทแยกย่อยลงไปอีก ดังตัวอย่างดังนี้

A 0 – A 99 นิทานเกี่ยวกับพระผู้สร้างโลก เช่น เรื่องพระพรหมของอินเดีย

A 100 – A 499 เทพเจ้าต่างๆ

A 1000 – A 1099 การทำลายโลก เช่นน้ำท่วมโลก ไฟล้างโลก

Inspirational+Stories.jpg (348×277)

A 1100 – A 1199 การจัดระบบทางธรรมชาติ เช่น มีกลางวันกลางคืน

A 1200 – A 1699 การสร้างและจัดระเบียบมนุษย์ เช่น กำเนิดมนุษย์ การสร้างสตรี

A 1700 – A 2199 การสร้างสัตว์

A 2600 – A 2699 กำเนิดต้นไม้ต่างๆ

B Animals (สัตว์) แต่มีนิทานเกี่ยวกับสัตว์บางเรื่องที่ไม่จัดอยู่ในสารัตถะนี้ เพราะสัตว์นั้นเป็นแต่เพียงตัวประกอบไม่ใช่ตัวสำคัญ มีประเภทย่อยคือ

B 0 – B 99 สัตว์ในนิทานปรัมปรา เช่น มังกร นางเงือกและครุฑ เป็นต้น

B 100 – B 199 สัตว์วิเศษ เช่น นกวิเศษกินแล้วมีเงินเกิดขึ้นใต้หมอนหนุนทุกคืน

B 200 – B 299 สัตว์ซึ่งมีลักษณะเหมือนคนเช่น นางวิฬาร์ แมวพูดได้ ในเรื่องไชยเชษฐ์

B 300 – B 399 สัตว์ซึ่งเป็นมิตรกับคน เช่น แมว หมา มารับใช้ช่วยเหลือ

B 600 – B 699 คนแต่งงานกับสัตว์ เช่น กบ งู อสูร นาค

B 700 – B 799 ลักษณะอันน่าอัศจรรย์ของสัตว์ เช่น เพชร มีกำเนิดในหัวแรด และหัวนกกะเรียน เป็นต้น

C Tabu ของต้องห้าม เช่น เรื่องห้ามนำน้ำส้มสายชูไปเมืองลพบุรี เป็นต้น

D Magic เวทมนต์คาถา เป็นหมวดใหญ่แบ่งออกดังนี้

D 0 – D 699 การกลายร่าง เช่น นาคเปลี่ยนเป็นคน

D 700 – D 799 การสิ้นแรงมนต์ เช่น หนุมานผูกผมทศกัณฐ์เข้ากับผมนางมณโฑ และสาปว่าให้หลุดต่อเมื่อนางมณโฑตบศีรษะทศกัณฐ์สามครั้งเป็นต้น

D 800 – D 1699 วัตถุวิเศษ เช่น ไม้เท้าของพระสังข์ทองทำให้เหาะได้

E The Dead ความตาย

E 0 – E 199 การชุบชีวิตใหม่ เช่น ในเรื่องคาวี

E 200 – E 599 เรื่องผีและการกลับฟื้นคืนชีพ (Ghosts &Other Revenants)

E 600 – E 699 การกลับชาติมาเกิด เช่น ในเรื่องปลาบู่ทอง

F Marvels สิ่งประหลาดมหัศจรรย์ต่างๆ

F 0 – F 199 การเดินทางไปโลกอื่น

F 700 – F 899 สถานที่หรือสิ่งแปลกมหัศจรรย์ เช่น ต้นนารีผล วิมานฉิมพลี ของพระยาครุฑ

F 900 – F 1099 เหตุการณ์ประหลาด เช่น เมืองล่มเพราะกินกระรอกเผือก

G Ogres ยักษ์รากษส รวมพวกแม่มดหมอผี ฯลฯ ด้วย หมวดนี้นับว่ามีส่วนเหลื่อมล้ำกับหมวด E และ F มาก แบ่งเป็น

G 10 – G 399 ชนิดของยักษ์รากษส

G 400 – G 499 เมื่อยักษ์รากษสชนะ

G 500 – G 599 เมื่อยักษ์รากษสแพ้

H Tests การทดสอบหรือพิสูจน์

H 0 – H 199 การพิสูจน์ทางหลักฐานโดยการทำให้จำได้ เช่นเกือกแก้วของนางซินเดอเรลลา หรือในเรื่องพระนล ที่นางทมยันตีสามารถเลือกพระนลได้พราะนางรู้ลักษณะของเทวดา เป็นต้น

H 200 – H 299 การพิสูจน์ความหรือการตัดสินความ เช่น พระมโหสถตัดสินคดีหญิงแย่งลูกกัน

H 300 – H 499 การพิสูจน์ตอนแต่งงาน

H 500 – H 899 การทดลองความฉลาด

H 900 – H 1199 การทดสอบความมั่นคงกล้าหาญในการทำงาน

H 1200 – H 1399 การทดสอบความกล้าหาญโดยการเดินทางผจญภัย

H 1400 – H 1599 การทดสอบอื่นๆ

J The Wise and the Foolish คนโง่ คนฉลาด เป็นเรื่องทางนามธรรม คือจิตใจส่วนใหญ่ของสารัตถะนี้ ได้จากนิทานตลก มีประเภทย่อยดังนี้

J 0 – J 199 ที่มาและความมีปัญญา

J 100 – J 1099 การกระทำที่โง่เง่าและหลักแหลม

J 1100 – J 1699 ความเฉลียวฉลาด ประเภทย่อยทั้งสามข้างต้น ได้จากพวกนิทานชาดก

J 1700 – J 2799 คนโง่เง่า

K Deceptions กลลวง หรือการล่อให้หลงผิด ตรงข้ามกับสารัตถะ J เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการกระทำเป็นใหญ่ สารัตถะนี้อยู่ในเรื่องศรีธนญชัยเกือบทั้งหมด แบ่งย่อยเป็น

K 0 – K 99 การแข่งขันชนะได้ด้วยกลลวง เช่น กระต่ายแข่งกับเต่า แล้วเต่าเอาญาติไปซุ่มที่เส้นชัย

K 100 – K 299 กลเม็ดในการค้าขาย

K 300 – K 499 โจรกรรม และกลโกง

K 500 – K 699 การหลบหนีโดยกลลวง

K 700 – K 799 การจับกุมด้วยอุบาย

K 800 – K 999 อุบายสังหาร เช่นในเรื่องพระรถเสน นางแม่เลี้ยงมอบสารตราให้พระรถถือสารไปเอามะม่วงรู้หาวมะนาวรู้โห่ แต่ในสารนั้นกลับเป็นคำสั่งฆ่าพระรถ เป็นต้น

K 1000 – K 1099 กลลวงให้อีกฝ่ายทำร้ายตัวเอง

K 1200 – K 1299 กลลวงให้ได้อาย

K 1300 – K 1399 กลลวงแต่งงาน

K 1400 – K 1499 อุบาย “ต้มหมู”

K 1500 – K 1599 อุบายทำผิดประเวณี

K 1600 – K 1699 ติดกับตัวเอง

K 1700 – K 1799 กลลวงโดยวิธีขู่ เช่น แพะขู่เสือ

K 1800 – K 1899 อุบายปลอมตัว

K 1900 – K 1999 การสวมรอย

K 2000 – K 2299 คนทรยศหักหลัง

K 2300 – K 2399 กลลวงอื่นๆ

L Reversal of Fortune ชะตากรรม เช่น พระราชาผู้หยิ่งผยองกลับตกยาก เป็นต้น

M Odaining the Fortune โชคชะตาหรือพรหมลิขิตตามกรรม เช่นพญาพานเกิดมาฆ่าพ่อ

N Chance and Fate โชคลาภและชะตากรรม เช่น คนไม่มีโชคแม้เทวดาประทานทรัพย์สมบัติมากมายก็ไม่อาจรักษาไว้ได้ และเป็นเรื่องเกี่ยวกับขุมทรัพย์ต่างๆ ด้วย

P Society ระบบความเป็นอยู่ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องพระราชาหรือเจ้าชายทุกเรื่อง เช่นเกี่ยวกับอาชีพกับฐานะในสังคม กฎข้อบังคับ ฯลฯ ก็ได้

Q Rewards and Punishments รางวัลและการลงโทษ

R Captives and Fugitives เรื่องถูกจับแล้วหลบหนีได้

S Unnatural Cruelty ความโหดร้ายผิดธรรมดา เช่น ที่แม่เลี้ยงมีต่อลูกเลี้ยง

T Sex เรื่องทางเพศ มีการเกี้ยวพาราสี ความรัก การแต่งงาน ชีวิตสมรส กำเนิดของเด็ก (มักผิดธรรมดา เช่น เกิดจากกระบอกไม้ไผ่ เป็นต้น) พร้อมทั้งเรื่องเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเพศอื่นๆ เช่น ลูกเขยกับแม่ยายชอบกันหรือพี่ชายน้องสาวรักกันเป็นต้น

U หมายเหตุ: ไม่มี

V Religion ศาสนา ว่าถึงความแตกต่างทางศาสนา หรือวัตถุเคารพทางศาสนา

W Traits of Character ลักษณะประจำนิสัยของคน เช่น คนสุภาพ คนสามหาว

X Humor เรื่องขบขัน

Z Miscellaneous Groups of Motifs สารัตถะย่อย

Z 0 – Z 99 เรื่องเล่าซ้ำนิทานเข้าแบบ Formular Tale ซึ่งมีแบบเฉพาะของการดำเนินเรื่อง ดังได้อธิบายแล้ว

Z 200 – Z 299 เกี่ยวกับวีรบุรุษ

Z 300 – Z 399 เกี่ยวกับข้อยกเว้นพิเศษ (Stith Thompson. 1951:488-500.)