เทพเสินหนง

มนุษย์ในยุคดึกดำบรรพ์ ไม่รู้จักทำการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ พวกเขารู้จักวิธีการหาอาหารมาประทังชีวิตอย่างง่ายๆ เช่น ใช้ก้อนหินขว้างปาสัตว์ป่า ใช้ไม้กระบองไล่ตีกระต่ายป่า หรือสัตว์อื่นๆ เมื่อล่าสัตว์ป่ามาได้ พวกเขาก็จะกินดิบๆบางครั้ง ถ้าหากล่าสัตว์ไม่ได้ พกเขาก็จะปีนขึ้นไปบนต้นไม้เด็ดผลไม้ป่ามากิน ชีวิตในยุคนั้นจึงลำบากแร้นแค้นมาก
จนกระทั่งเทพเสินหนงถือกำเนิดขึ้นบนโลกมนุษย์
เทพเสินหนงมีพละกำลังมหาศาล สามารถใช้มือเพียงข้างเดียวถอนต้นไม้ต้นใหญ่ๆขึ้นมาได้ทั้งต้น วันหนึ่ง เทพเสินหนงนำใบไม้ใบหญ้าและเปลือกไม้ต่างๆมาฟั่นเป็นเชือกที่เหนียวและแข็งแรงมากเส้นหนึ่ง แล้วใช้เชือกเส้นนั้นเป็นแส้ เขาหวดแส้ไปตามพื้นดิน โกยเอาต้นไม้ใบหญ้าทุกชนิดมากองรวมกัน แล้วชิมดูว่าต้นไม้ใบหญ้าชนิดใดกินได้ ชนิดไหนกินไม่ได้
ในที่สุด เทพเสินหนงก็เลือกธัญพืชได้ 5 ชนิด คือ ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวเจ้า ข้าวฟ่าง ถั่วต่างๆ
เมื่อเลือกธัญพืชที่มนุษย์กินเป็นอาหารได้แล้ว เทพเสินหนงก็เรียกชาวบ้านมาประชุม เพื่อสอนให้ชาวบ้านรู้จักแยกแยะว่าพืชชนิดไหนกินได้ ชนิดไหนกินไม่ได้ จากนั้นก็สอนชาวบ้านรู้จักทำการเพาะปลูก
จะด้วยความบังเอิญหรือปาฏิหาริย์ก็ไม่ทราบ พอสอนเสร็จ ฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่ ชาวบ้านรีบนำเมล็ดพืชเหล่านั้นไปปลูกตามวิธีการที่เสินหนงสอนไว้
หลังจากห่านเมล็ดพันธุ์พืชได้หลายวัน ฝนก็ไม่ตกอีกเลย ต้นกล้ากำลังจะแห้งตาย ชาวบ้านก็มาขอคามช่วยเหลือจากเทพเสินหนงอีก เทพเสินหนงจึงใช้แส้วิเศษหวดไปบนพื้นดิน บนพื้นดินก็ปรากฏบ่อน้ำใสๆขึ้นหลายบ่อ น้ำเหล่านั้นไหลเข้าไปในท้องนา หล่อเลี้ยงต้นกล้าให้เจริญงอกงาม
ใกล้จะถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว รวงข้าวสุกเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง แต่จู่ๆก็มีสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งออกมาอาละวาดตามท้องไร่ท้องนา สัตว์ตัวนี้มีเขาอยู่บนหัว รูปร่างแข็งแรง มันวิ่งเข้าไปกัดกินธัญพืชในไร่นาจนเสียหายยับเยิน ชาวบ้านตกใจมาก รีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเทพเสินหนง เทพเสินหนงเห็นสัตว์ประหลาดตัวนี้เข้า ก็ทราบทันทีว่ามันคือปีศาจควายที่หนีลงมาจากสวรรค์ เทพเสินหนงใช้แส้หวดปีศาจควายเป็นการใหญ่ ปีศาจคายตกใจกลัววิ่งหนีหัวซุกหัวซุน มันวิ่งหนีไปพลางกัดกินธัญพืชไปพลาง ขณะที่มันกำลังกัดกินต้นข้าวเกาเหลียงอยู่นั่นเอง เทพเสินหนงก็ไล่กวดมาทัน เทพเสินหนงโกรธมาก ใช้แส้หวดปากของปีศาจควายเต็มแรง เลือดสดๆไหลทะลักออกมา แต่ปีศาจควายยังไม่สิ้นพยศ มันวิ่งเข้าไปในไร่ข้าว กัดกินต้นข้าวเป็นการใหญ่ เทพเสินหนงไล่ตามไปติดๆพร้อมกับจับเขาของมันไว้แน่น แล้วบิดขนโค้งงอ ปีศาจควายดิ้นพราดๆแล้ววิ่งหนีออกจากไร่เข้าไปในไร่ถั่ว เทพเสินหนงไล่ตามมาอีก พร้อมกับใช้แส้หวดปีศาจควายดัง “เผียะ! เผียะ!” ฟันบนของเจ้าปีศาจควายถูกแส้หวดจนหลุดร่วงหมดปาก มันเจ็บปวดมากร้อง “มอ…มอ” และไม่กล้ากัดกินธีญพืชอีก
เทพเสินหนงจับปีศาจควายเอาไว้ แล้วใช้เชือกสนตะพายจมูกของมัน มันจึงกลายร่างเป็นควายตัวใหญ่ดังเดิม เทพเสินหนงสั่งสอนปีศาจควายว่า “นับแต่นี้ไป เจ้าจงอยู่บนโลกมนุษย์ช่วยมนุษย์ไถนาเถิด อย่าเกเรอีกเลย ไม่เช่นนั้น ข้าจะเฆี่ยนจีเจ้าให้ตาย!


ปีศาจควายมองดูแส้วิเศษในมือของเทพเสินหนงด้วยความหวาดกลัวแล้วพูดว่า “ก็ได้ แต่ว่าบนโลกมนุษย์มียุงและแมลงชุมมาก ข้าทนไม่ไหวดอก!”
เทพเสินหนงกล่าวว่า “ไม่เป็นไร ข้สจะให้แส้วิเศษแก่เจ้า เจ้าจะได้เอาไว้ปัดแมลงวัน” พูดจบ เทพเสินหนงก็นำแส้วิเศษในมือของตนเสียบไว้ที่ก้นของเจ้าปีศาจควาย
นับแต่นั้นมา คายจึงมีหางคล้ายแส้ และอยู่บนโลกมนุษย์อย่างเชื่องๆไม่กัดกินธัญพืชที่มนุษย์ปลูกไว้ อีกทั้งยังช่วยมนุษย์ไถนาอย่างซื่อสัตย์อีกด้วย
มนุษย์รู้สึกขอบคุณเทพเสินหนงอย่างยิ่งที่สอนให้พวกตนรู้จักเพาะปลูก ทำให้ไม่ต้องประสบกับความอดอยากหิวโหยอีกต่อไป ดังนั้น จึงยกย่องเทพเสินหนงเป็นเทพเจ้าแห่งการเกษตร
เล่ากันว่าเสินหนงก็คือจักรพรรดิเอี๋ยนตี้ มีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 3-4,000 ปีที่แล้ว เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร การชลประทาน และยาสมุนไพร เป็นผู้คิดค้นตำรายาสมุนไพรรักษาโรคแก่คนในสมัยดึกดำบรรพ์

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s