นิทานผีก่องก่อย (ผีกองกอย)

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพี่น้องอยู่สองคน มีอาชีพทำนา เมื่อหน้าแล้งมาเยื่อน ก็ทำนาไม่ได้ ผู้เป็นพี่ชายจึงได้ไปหาปลาในห้วย ซึ่งอยู่ไกลออกไป ทุกๆเช้าเขาจะไปกู้ลอบ ที่ดักปลาไว้

วันหนึ่งเขาไปกู้ลอบตามปกติ แต่ปรากฏว่า ไม่มีปลาเลยสักตัว ซึ่งปกติแล้ว จะต้องมีปลาติดอยู่ตัวหรือสองตัว เขาคิดว่าจะต้องมีคนมาขโมยปลาเขาแน่ๆ คิดดังนั้นเขาจึงเดินสำรวจบริเวณรอบๆ แล้วเขาก็พบรอยคนเท้าเล็กๆ ซึ่งไม่น่าจะยาวเกิน3นิ้ว “ในโลกนี้คือสิมีคนตีนน้อยแนว(แบบ)นี้” เขาคิดในใจ “ถ้าเป็นตีนเด็กน้อย ขนาดนี้ก็ยังย่าง(เดิน)บ่ทันเป็น” คิดแล้วเขาก็เอาลอบลงน้ำตามเดิม

วันรุ่งขึ้น ก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก มันทำให้เขาโมโห และคิดว่าต้องจับให้ได้ว่าใครเป็นคนขโมย คิดดังนั้น เขาจึงไปแอบคอยดักดูอยู่พุ่มไม้ใกล้ๆกับลอบดักปลาทั้งคืน เขาอดตาหลับขับตานอน หลับๆตื่นๆ จนเวลาล่วงมาใกล้รุ่งสาง .. เขาก็ได้ยินเสียง คล้ายกับคนเดินมาเบาๆ แล้วเขาก็ได้เห็น ผีก่องก่อยยืนอยู่ริมตลิ่ง มันเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆผมยาวเหมือนแม่มด ไม่สวมเสื้อผ้า ยืนเปือยกายอยู่ตรงหน้า และทำท่ากำลังจะขโมยปลาของเขา

ความโกธรทำให้เขาลืมตัว ระเบิดโทสะออกไป  “กูสิสับมึงให้แหลกปานลาบพู้นล่ะ อีขี่ลัก” เขาตะโกนออกไปพร้อมกับกระโจนออกจากที่ซ่อน ถึงแม้ว่าเขาจะแข็งแรงมากแต่ก็ไม่สามารถจับตัวผีก่องก่อยได้ ในที่สุด เขาเองกลับเป็นฝ่ายที่ถูกผีก่องก่อยจับตัวไปขังไว้ที่ถ้ำของมัน พร้อมกับบังคับให้เขาเป็นผัว และทุกครั้งที่ผีก่องก่อยออกไปหากิน มันจะเอาหินก้อนใหญ่มาปิดปากถ้ำไว้

หนึ่งปีผ่านไป เขาก็มีลูกชายกับผีก่องก่อย 1 คน เขามีหน้าที่เลี้ยงลูกยามที่ผีก่องก่อยไม่อยู่ และเขาต้องอยู่แบบนี้นานถึง 3 ปี อยู่มาวันหนึ่ง ลูกชายของเขาได้พยายามดันก้อนหินออกจากหน้าถ้ำ ด้วยพละกำลังที่ได้มาจากแม่ผู้เป็นผีก่องก่อย ทำให้เด็กน้อยสามารถเปิดปากถ้ำให้ผู้เป็นพ่อ หลบหนีออกไปได้ พอปากถ้ำเปิด เขาก็รีบวิ่งกลับบ้านอย่างสุดชีวิต …ถึงเขาจะวิ่งได้เร็วแค่ไหน แต่ก็ยังช้ากว่าผีก่องก่อย ทันทีที่ผีก่องก่อยรู้ว่าเขาหนีไป มันก็รีบวิ่งตามมาติดๆ

เขาวิ่งจะถึงหมู่บ้านอยู่แล้ว …ช้าไปเสียแล้ว ผีก่องก่อยวิ่งตามเขาทัน..เมื่อรู้ตัวว่าไม่พ้นเงื้อมือมัน เขาจึงรีบล้มตัวลงนอน แกล้งตายอยู่ตรงนั้น เมื่อผีก่องก่อยมาถึงตัวเขา มันก็เดินวนรอบตัวเขา พร้อมกับเอามือจั๊กจี้เอวเขาดู เขาเป็นคนที่มีความอดทน ไม่บ้าจี้ จึงนอนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น พร้อมกันนั้นเขาก็ค่อยๆผายลมออกมาอย่างแผ่วเบา กลิ่นเหม็นจากตดของเขาตลบอบอวนไปทั่ว ผีก่องก่อยเห็นดังนั้นก็ร้องไห้เศร้าโสกเสียใจด้วยความอาลัยรัก เมื่อมั่นใจแน่ว่าเขาตายแล้วจริงๆ

มันจึงเอาฆ้องวิเศษให้เขา 1 อัน พร้อมกับบอกว่า “เมื่อเจ้าต้องการหยัง ก็ให้ตีฆ้องเทื่อหนึ่ง” พอผีก่องก่อยลับตาไปแล้วชายหนุ่มก็รับเข้าบ้าน กลับมาแล้วความเป็นอยู่ของเขาก็ดีขึ้น เพราะว่าอยากได้อะไรก็แค่ตีฆ้องวิเศษ เมื่อน้องชายเห็นดังนั้นก็อยากได้บ้าง จึงได้ถามว่า เขาได้มันมายังไง และหายไปไหนมาตั้ง 3 ปี เขาจึงเล่าให้น้องชายฟังอย่างละเอียด เมื่อน้องชายเขาฟังจบก็พูดว่า “ข้อยก็อยากรวยคือกัน”

เมื่อน้องชายเขาคิดดังนี้แล้วจึงได้ออกไปหาผีก่องก่อยให้ผีก่องก่อยจับตัวไป แล้วก็หนี่กลับมา แต่เขาโชคไม่ดีเหมือนพี่ชายเขาเพราะ เขาไม่สามารถอดกลั้นเสียงหัวเราะไว้ได้ ตอนที่เขาโดนผีก่องก่อยจั๊กจี้ที่เอวนั้นเขาก็หัวเราะชักดิ้นชักงอ….ผีก่องก่อยจึงรู้ว่าเขาไม่ได้ตาย มันจึงเอามือจก(ล้วง)กินตับไตใส้พุงของเขาจนหมดเกลี้ยง

นิทานพื้นบ้าน. (2554). นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน-ผีก่องก่อย (ผีกองกอย).  เข้าถึงได้จาก http://นิทาน

พื้นบ้าน.whitemedia.org/230-2/ (วันที่ค้นข้อมูล :30 มิถุนายน 2554)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s