สารัตถะของนิทาน (Motif- Index)

A Mythological Motifs (เทพนิยาย) เกี่ยวกับการสร้างโลก ธรรมชาติของโลก กำเนิดชีวิต การสร้างสัตว์และพืช มีประเภทแยกย่อยลงไปอีก ดังตัวอย่างดังนี้

A 0 – A 99 นิทานเกี่ยวกับพระผู้สร้างโลก เช่น เรื่องพระพรหมของอินเดีย

A 100 – A 499 เทพเจ้าต่างๆ

A 1000 – A 1099 การทำลายโลก เช่นน้ำท่วมโลก ไฟล้างโลก

Inspirational+Stories.jpg (348×277)

A 1100 – A 1199 การจัดระบบทางธรรมชาติ เช่น มีกลางวันกลางคืน

A 1200 – A 1699 การสร้างและจัดระเบียบมนุษย์ เช่น กำเนิดมนุษย์ การสร้างสตรี

A 1700 – A 2199 การสร้างสัตว์

A 2600 – A 2699 กำเนิดต้นไม้ต่างๆ

B Animals (สัตว์) แต่มีนิทานเกี่ยวกับสัตว์บางเรื่องที่ไม่จัดอยู่ในสารัตถะนี้ เพราะสัตว์นั้นเป็นแต่เพียงตัวประกอบไม่ใช่ตัวสำคัญ มีประเภทย่อยคือ

B 0 – B 99 สัตว์ในนิทานปรัมปรา เช่น มังกร นางเงือกและครุฑ เป็นต้น

B 100 – B 199 สัตว์วิเศษ เช่น นกวิเศษกินแล้วมีเงินเกิดขึ้นใต้หมอนหนุนทุกคืน

B 200 – B 299 สัตว์ซึ่งมีลักษณะเหมือนคนเช่น นางวิฬาร์ แมวพูดได้ ในเรื่องไชยเชษฐ์

B 300 – B 399 สัตว์ซึ่งเป็นมิตรกับคน เช่น แมว หมา มารับใช้ช่วยเหลือ

B 600 – B 699 คนแต่งงานกับสัตว์ เช่น กบ งู อสูร นาค

B 700 – B 799 ลักษณะอันน่าอัศจรรย์ของสัตว์ เช่น เพชร มีกำเนิดในหัวแรด และหัวนกกะเรียน เป็นต้น

C Tabu ของต้องห้าม เช่น เรื่องห้ามนำน้ำส้มสายชูไปเมืองลพบุรี เป็นต้น

D Magic เวทมนต์คาถา เป็นหมวดใหญ่แบ่งออกดังนี้

D 0 – D 699 การกลายร่าง เช่น นาคเปลี่ยนเป็นคน

D 700 – D 799 การสิ้นแรงมนต์ เช่น หนุมานผูกผมทศกัณฐ์เข้ากับผมนางมณโฑ และสาปว่าให้หลุดต่อเมื่อนางมณโฑตบศีรษะทศกัณฐ์สามครั้งเป็นต้น

D 800 – D 1699 วัตถุวิเศษ เช่น ไม้เท้าของพระสังข์ทองทำให้เหาะได้

E The Dead ความตาย

E 0 – E 199 การชุบชีวิตใหม่ เช่น ในเรื่องคาวี

E 200 – E 599 เรื่องผีและการกลับฟื้นคืนชีพ (Ghosts &Other Revenants)

E 600 – E 699 การกลับชาติมาเกิด เช่น ในเรื่องปลาบู่ทอง

F Marvels สิ่งประหลาดมหัศจรรย์ต่างๆ

F 0 – F 199 การเดินทางไปโลกอื่น

F 700 – F 899 สถานที่หรือสิ่งแปลกมหัศจรรย์ เช่น ต้นนารีผล วิมานฉิมพลี ของพระยาครุฑ

F 900 – F 1099 เหตุการณ์ประหลาด เช่น เมืองล่มเพราะกินกระรอกเผือก

G Ogres ยักษ์รากษส รวมพวกแม่มดหมอผี ฯลฯ ด้วย หมวดนี้นับว่ามีส่วนเหลื่อมล้ำกับหมวด E และ F มาก แบ่งเป็น

G 10 – G 399 ชนิดของยักษ์รากษส

G 400 – G 499 เมื่อยักษ์รากษสชนะ

G 500 – G 599 เมื่อยักษ์รากษสแพ้

H Tests การทดสอบหรือพิสูจน์

H 0 – H 199 การพิสูจน์ทางหลักฐานโดยการทำให้จำได้ เช่นเกือกแก้วของนางซินเดอเรลลา หรือในเรื่องพระนล ที่นางทมยันตีสามารถเลือกพระนลได้พราะนางรู้ลักษณะของเทวดา เป็นต้น

H 200 – H 299 การพิสูจน์ความหรือการตัดสินความ เช่น พระมโหสถตัดสินคดีหญิงแย่งลูกกัน

H 300 – H 499 การพิสูจน์ตอนแต่งงาน

H 500 – H 899 การทดลองความฉลาด

H 900 – H 1199 การทดสอบความมั่นคงกล้าหาญในการทำงาน

H 1200 – H 1399 การทดสอบความกล้าหาญโดยการเดินทางผจญภัย

H 1400 – H 1599 การทดสอบอื่นๆ

J The Wise and the Foolish คนโง่ คนฉลาด เป็นเรื่องทางนามธรรม คือจิตใจส่วนใหญ่ของสารัตถะนี้ ได้จากนิทานตลก มีประเภทย่อยดังนี้

J 0 – J 199 ที่มาและความมีปัญญา

J 100 – J 1099 การกระทำที่โง่เง่าและหลักแหลม

J 1100 – J 1699 ความเฉลียวฉลาด ประเภทย่อยทั้งสามข้างต้น ได้จากพวกนิทานชาดก

J 1700 – J 2799 คนโง่เง่า

K Deceptions กลลวง หรือการล่อให้หลงผิด ตรงข้ามกับสารัตถะ J เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการกระทำเป็นใหญ่ สารัตถะนี้อยู่ในเรื่องศรีธนญชัยเกือบทั้งหมด แบ่งย่อยเป็น

K 0 – K 99 การแข่งขันชนะได้ด้วยกลลวง เช่น กระต่ายแข่งกับเต่า แล้วเต่าเอาญาติไปซุ่มที่เส้นชัย

K 100 – K 299 กลเม็ดในการค้าขาย

K 300 – K 499 โจรกรรม และกลโกง

K 500 – K 699 การหลบหนีโดยกลลวง

K 700 – K 799 การจับกุมด้วยอุบาย

K 800 – K 999 อุบายสังหาร เช่นในเรื่องพระรถเสน นางแม่เลี้ยงมอบสารตราให้พระรถถือสารไปเอามะม่วงรู้หาวมะนาวรู้โห่ แต่ในสารนั้นกลับเป็นคำสั่งฆ่าพระรถ เป็นต้น

K 1000 – K 1099 กลลวงให้อีกฝ่ายทำร้ายตัวเอง

K 1200 – K 1299 กลลวงให้ได้อาย

K 1300 – K 1399 กลลวงแต่งงาน

K 1400 – K 1499 อุบาย “ต้มหมู”

K 1500 – K 1599 อุบายทำผิดประเวณี

K 1600 – K 1699 ติดกับตัวเอง

K 1700 – K 1799 กลลวงโดยวิธีขู่ เช่น แพะขู่เสือ

K 1800 – K 1899 อุบายปลอมตัว

K 1900 – K 1999 การสวมรอย

K 2000 – K 2299 คนทรยศหักหลัง

K 2300 – K 2399 กลลวงอื่นๆ

L Reversal of Fortune ชะตากรรม เช่น พระราชาผู้หยิ่งผยองกลับตกยาก เป็นต้น

M Odaining the Fortune โชคชะตาหรือพรหมลิขิตตามกรรม เช่นพญาพานเกิดมาฆ่าพ่อ

N Chance and Fate โชคลาภและชะตากรรม เช่น คนไม่มีโชคแม้เทวดาประทานทรัพย์สมบัติมากมายก็ไม่อาจรักษาไว้ได้ และเป็นเรื่องเกี่ยวกับขุมทรัพย์ต่างๆ ด้วย

P Society ระบบความเป็นอยู่ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องพระราชาหรือเจ้าชายทุกเรื่อง เช่นเกี่ยวกับอาชีพกับฐานะในสังคม กฎข้อบังคับ ฯลฯ ก็ได้

Q Rewards and Punishments รางวัลและการลงโทษ

R Captives and Fugitives เรื่องถูกจับแล้วหลบหนีได้

S Unnatural Cruelty ความโหดร้ายผิดธรรมดา เช่น ที่แม่เลี้ยงมีต่อลูกเลี้ยง

T Sex เรื่องทางเพศ มีการเกี้ยวพาราสี ความรัก การแต่งงาน ชีวิตสมรส กำเนิดของเด็ก (มักผิดธรรมดา เช่น เกิดจากกระบอกไม้ไผ่ เป็นต้น) พร้อมทั้งเรื่องเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเพศอื่นๆ เช่น ลูกเขยกับแม่ยายชอบกันหรือพี่ชายน้องสาวรักกันเป็นต้น

U หมายเหตุ: ไม่มี

V Religion ศาสนา ว่าถึงความแตกต่างทางศาสนา หรือวัตถุเคารพทางศาสนา

W Traits of Character ลักษณะประจำนิสัยของคน เช่น คนสุภาพ คนสามหาว

X Humor เรื่องขบขัน

Z Miscellaneous Groups of Motifs สารัตถะย่อย

Z 0 – Z 99 เรื่องเล่าซ้ำนิทานเข้าแบบ Formular Tale ซึ่งมีแบบเฉพาะของการดำเนินเรื่อง ดังได้อธิบายแล้ว

Z 200 – Z 299 เกี่ยวกับวีรบุรุษ

Z 300 – Z 399 เกี่ยวกับข้อยกเว้นพิเศษ (Stith Thompson. 1951:488-500.)

โฆษณา

ลักษณะของนิทาน

การแบ่งนิทานตามแบบของนิทาน (Form) การแบ่งนิทานอย่างกว้างๆ อีกวิธีหนึ่ง คือ การแบ่งตามแบบ (Form) ของนิทาน แบ่งได้ดังนี้

2.1 นิทานปรัมปรา (Fairy tale) นิทานปรัมปรานี้มาจากคำ Fairy tale ของภาษาอังกฤษว่าเทพนิยาย ทำให้เกิดความสับสนปนกับนิทานอีกแบบหนึ่งคือ Myth เป็นนิทานที่ตัวบุคคลในเรื่องเป็นเทพหรือกึ่งเทพโดยตรง ส่วนนิทานปรัมปรานี้ บางทีไม่มีเทพหรือนางฟ้ามาเกี่ยวข้อง นิทานปรัมปรานี้มีลักษณะที่เห็นได้ชัด คือ

1. เป็นเรื่องค่อนข้างยาว มีสารัตถะ (Motif) หลายสารัตถะประกอบอยู่ในนิทานนั้น

2. เป็นเรื่องที่สมมติว่าเกิดขึ้นในที่ใดที่หนึ่ง แต่สถานที่ไม่บ่งชัด เช่น ขึ้นต้นว่า “ในกาลครั้งหนึ่ง…” เมื่อใดไม่ชัด มีพระราชาองค์หนึ่งครอบครองเมืองแห่งหนึ่ง แต่เมืองอะไรไม่ระบุ

3. ตัวบุคคลในนิทาน ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาที่มีความจริงตามสภาพปกติของมนุษย์

4. เนื้อเรื่องจะประกอบด้วยอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ อำนาจอันพ้นมนุษย์วิสัยต่างๆ

5. ตัวเอกของเรื่อง มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น เป็นผู้มีอำนาจ มีบุญ มีความสามารถ มีฤทธิเดช ทำให้ศัตรูพ่ายแพ้ไปถ้าเป็นชายมักจะได้แต่งงานกับหญิงสูงศักดิ์ แล้วครอบครองบ้านเมืองอยู่เป็นสุขไปเกือบชั่วกาลนาน ถ้าเป็นหญิงมักจะมีนัยคล้ายคลึงกัน แม้ว่าจะมีกำเนิดต่ำต้อยหรือตกทุกข์ได้ยากในตอนต้น แต่ในที่สุดจะได้แต่งงานดีมีความสุขยั่งยืน สิ้นศัตรูและอุปสรรคในบั้นปลาย นิทานแบบนี้มีอยู่ทั่วไปในโลกทั้งทางตะวันตกและทางตะวันออก เช่น เรื่องนางสิบสอง สังข์ทอง ปลาบู่ทอง สโนไวท์ ซินเดอเรลลาและเจ้าหญิงนิทรา เป็นต้น

2.2 นิทานท้องถิ่น (Legend) นิทานประเภทนี้ มีขนาดสั้นกว่านิทานปรัมปรา มักเป็นเรื่องเหตุการณ์เดียวและเกี่ยวกับความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี โชคลาง หรือคตินิยมอย่างใดอย่างหนึ่ง ของคนแต่ละท้องถิ่น แม้ว่าจะเป็นเรื่องแปลกพิสดาร พ้นวิสัยความจริงไปบ้างก็ยังเชื่อว่า เรื่องเหล่านี้เกิดจริงเป็นจริง มีบุคคลจริง มีสถานที่จริงที่กำหนดแน่นอนกว่านิทานปรัมปรานิทานท้องถิ่นอาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของวีรบุรุษประจำชาติ หรือประจำเมือง เช่น ท้าวแสนปม พระร่วง พระยากง พระยาพาน หรือเป็นเรื่องนางไม้นางนาก นางเงือก ที่ปรากฏกายมีเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ตามเรื่องในนิทาน

นิทานท้องถิ่นจำแนกออกเป็น 6 ประเภทดังนี้

1) นิทานประเภทอธิบาย (Explanatory Tale) เช่น อธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ของธรรมชาติ เช่น เหตุใดกาจึงมีขนดำ ทำไมพระราหูกับพระจันทร์จึงเป็นอริต่อกัน อธิบายสาเหตุความเชื่อบางประการ เช่น ห้ามนำน้ำส้มสายชูเข้าไปในเมืองลพบุรี และอธิบายชื่อสถานที่ต่างๆ ว่า เหตุใดจึงมีชื่อเช่นนั้น เช่น ภูเขา เกาะ ถ้ำ เมือง ตำบลและโบราณสถานสำคัญๆ ล้วนมีประวัติความเป็นมาทำนองนิทานอธิบายว่าเหตุใดจึงมีชื่อเรียกเช่นนั้น เช่น เขาอกทะลุในจังหวัดพัทลุง เกาะหนู เกาะแมวในจังหวัดสงขลา ประวัติชื่อตำบล “สามเสน” ในกรุงเทพฯ

2) นิทานที่เกี่ยวกับความเชื่อต่างๆ เช่น โชคลาง เรื่องผีชนิดต่างๆ เปรต เงือก นางไม้ เรื่องเกี่ยวกับไสยศาสตร์ การใช้คาถาอาคมและเวทมนต์ ความเชื่อเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในสมัยดึกดำบรรพ์ก่อนโลกจะเจริญ

3) นิทานเกี่ยวกับสมบัติที่ฝังไว้ มีลายแทงแนะให้หาสมบัตินั้นๆ เช่น เรื่องปู่โสมเฝ้าทรัพย์

4) นิทานวีรบุรุษ เป็นเรื่องที่กล่าวถึงคุณธรรม ความฉลาดความสามารถและความองอาจกล้าหาญของบุคคล ส่วนมากจะเป็นวีรบุรุษของชาติบ้านเมือง คล้ายคลึงกับนิทานปรัมปรา มักมีตัวเอกเป็นวีรบุรุษเหมือนกัน นิทานท้องถิ่นประเภทวีรบุรุษนี้ มักมีกำหนดสถานภาพที่มีกำหนดเวลาแน่ชัดขึ้น แม้ว่าจะมีเรื่องพ้นอำนาจวิสัยมนุษย์ธรรมดาประกอบอยู่บ้างแต่พอที่จะทำให้ผู้ฟังเชื่อว่าอาจเป็นความจริงมากกว่านิทานแบบปรัมปรา เช่น เรื่องท้าวแสนปม พระร่วงวาจาสิทธิ์ พระเจ้าสายน้ำผึ้ง ไกรทอง เป็นต้น

5) นิทานคติสอนใจ เป็นเรื่องสั้นๆ ไม่สมจริง เจตนาจะสอนความประพฤติอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เรื่องหนูกัดเหล็ก ชาดกต่างๆ ที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นคนและสัตว์

6) นิทานที่เกี่ยวกับนักบวชต่างๆ เป็นนิทานเกี่ยวกับอภินิหารของนักบวชที่เจริญภาวนาจนมีญาณแก่กล้า มีอิทธิฤทธิ์พิเศษ เช่น เรื่องหลวงพ่อโคะ (หลวงพ่อทวด)

2.3 เทพนิยาย (Myth) เทพนิยาย (Myth) นี้จะหมายถึงนิทานที่เทวดา นางฟ้า เป็นตัวบุคคลในนิทานนั้น เรื่องพระอินทร์หรือเป็นแต่เพียงกึ่งเทวดาอย่างเช่น เจ้าป่า เจ้าเขา เจ้าที่ เจ้าแม่ต่างๆ เทพนิยายเหล่านี้มักมีส่วนสัมพันธ์กับความเชื่อทางศาสนาและพิธีกรรมต่างๆ ที่มนุษย์ปฏิบัติในทางศาสนา ตัวบุคคลในเรื่อง อาจมีลักษณะคล้ายคลึงกับตัวเอกในนิทานท้องถิ่น ประเภทวีรบุรุษ แต่จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องทางศาสนาปนอยู่ อาจเนื่องมาจากความนิยมในวีรบุรุษแห่งท้องถิ่นมาก่อน ต่อมาจึงได้ยกย่องขึ้นเป็นเทวดา หรือนื่องมาจากความเลื่อมใสลัทธิศาสนาทำให้คิดแต่งตั้งเทวดาขึ้นก็ได้นิทานประเภทนี้ ได้แก่เรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับพระอินทร์ท้าวมหาสงกรานต์เมขลา – รามสูร นารายณ์สิบปาง เป็นต้น

2.4 นิทานเรื่องสัตว์ (Animal Tale) นิทานประเภทนี้มีตัวสัตว์เป็นตัวเอก แต่สมมติว่ามีความคิดและการกระทำต่างๆ ตลอดจนพูดจาอย่างมนุษย์ธรรมดา บางเรื่องแสดงความเฉลียวฉลาดหรือความโง่เขลาของสัตว์จุดเด่นที่น่าสนใจของเรื่องอยู่ที่ ข้อขบขัน การตบตาหลอกลวงกันหรือเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้และที่เป็นชนิดมีคติสอนใจสอนความประพฤติก็มีเป็นอันมากนิทานเรื่องสัตว์นี้ เป็นเรื่องสัตว์ป่า สัตว์บ้าน บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่มีคนมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ด้วย แต่ทั้งคนทั้งสัตว์นั้นจะพูดโต้ตอบกัน และปฏิบัติกันเหมือนหนึ่งว่าเป็นมนุษย์เหมือนกัน นิทานชนิดที่สอนศีลธรรมต่างๆ นั้นเป็นที่นิยมกว้างขวางทั่วโลก เรื่องชาดกบางเรื่องมีมาก่อนศาสนาสำคัญๆ เช่น ศาสนาฮินดู ศาสนาพุทธ เสียอีก นิทานเรื่องสัตว์ แบ่งย่อยออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1) นิทานประเภทสอนคติธรรม (Fable) นิทานประเภทนี้ตัวเอกจะต้องเป็นสัตว์ เช่น เรื่องราชสีห์กับหนู ชาดกต่างๆ ที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นสัตว์หลายชนิด นิทานสุภาษิตบางเรื่อง

2) นิทานประเภทเล่าซ้ำหรือเล่าไม่รู้จบ (Cumulative Tale) เช่น เรื่องยายกะตา ปลูกถั่วให้หลานเฝ้า หลานไม่เฝ้า กามากินถั่วกินงา ฯลฯ นิทานชนิดนี้มีเนื้อเรื่องและวิธีเล่าเป็นแบบจำเพาะ บางทีเรียกว่า Formular Tale ตัวอย่างเรื่องประเภทนี้ได้แก่ Gingerbread Boy, The House that Jack Built, The Old Woman and Her Pig (กล่อมจิตต์ พลายเวช. 2526: 105.)

2.5 นิทานตลกขบขัน (Jest) นิทานพื้นบ้านลักษณะนี้ มักเป็นเรื่องสั้นๆ จุดสำคัญของเรื่องตลกขบขันนี้ อยู่ที่มีเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ต่างๆ เกี่ยวกับความโง่และกลโกง การแก้เผ็ดแก้ลำ การแสดงปฏิภาณไหวพริบ การพนันขันต่อ การเดินทางและการผจญภัยที่ก่อเรื่องผิดปกติในแง่ขบขันต่างๆตัวเอกของเรื่องตลกขบขัน บางทีไม่ใช่คนฉลาดสามารถ แต่เป็นคนโง่เง่าอย่างที่สุด มักจะทำเรื่องผิดปกติวิสัยที่มนุษย์มีสติปัญญาตามธรรมดาเขาทำกัน นอกจากนี้ยังมีเรื่องตลกขำขันที่ตัวเอกเป็นคนมีสติปัญญาและปฏิภาณไหวพริบ เช่น เรื่องศรีธนญชัย เป็นต้น (กล่อมจิตต์ พลายเวช. 2526: 105.)

ความหมายของนิทาน

ความหมายของนิทาน

“นิทาน” ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 (2546, หน้า 588) อธิบายความหมายไว้ว่า “นิทาน คือ เรื่องที่เล่ากันมา เช่น นิทานชาดก และนิทานอีสป เป็นต้น”

นอกจากนี้ยังมีท่านผู้รู้อธิบายความหมายไว้คล้ายๆกัน เช่น

กุหลาบ มัลลิกะมาส (2518, หน้า 99-100) กล่าวถึง “นิทาน” ไว้ในหนังสือคติชาวบ้านว่า นิทานเป็นวรรณกรรมมุขปาฐะที่เล่าสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน เพื่อความสนุกสนานเบิกบานใจ ผ่อนคลายความตึงเครียด เพื่อเสริมศรัทธาในศาสนา เทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นคติเตือนใจ ช่วยอบรมบ่มนิสัย ช่วยให้เข้าใจสิ่งแวดล้อมและปรากฏการณ์ธรรมชาติ เนื้อเรื่องของนิทานเป็นเรื่องนานาชนิด อาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับการผจญภัย ความรัก ความโกรธ เกลียด ริษยา อาฆาต ตลกขบขัน หรือเรื่องแปลกประหลาดผิดปกติธรรมดา ตัวละครในเรื่องก็มีลักษณะต่างๆกัน อาจเป็นคน สัตว์ เจ้าหญิง เจ้าชาย อมนุษย์ แม่มด นางฟ้า แต่ให้มีความรู้สึกนึกคิด พฤติกรรมต่างๆเหมือนคนทั่วไปหรืออาจจะเหมือนที่เราอยากจะเป็น เมื่อนิทานตกไปอยู่ในท้องถิ่นใดก็มักมีการปรับเนื้อเรื่องให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมของถิ่นนั้น นิทานในแต่ละท้องถิ่นจึงมีเนื้อเรื่องส่วนใหญ่คล้ายคลึงกัน คือ สภาพความเป็นมนุษย์ อารมณ์ ความรู้สึกรัก เกลียด ความโง่ ฉลาด ขบขัน อาฆาตแค้น หรือทุกข์ สุข ส่วนรายละเอียดจะแตกต่างไปบ้างตามสภาพแวดล้อมและอิทธิพลของวัฒนธรรมความเชื่อของ แต่ละท้องถิ่น

วลัย  วลิตธำรง  ( 2525: 22-26 )  ได้ให้ความหมายของนิทานว่า หมายถึง เรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมาเป็นทอด ๆ จนถึงปัจจุบัน นิทานอาจเป็นเรื่องที่อิงความจริงหรือมีการเล่าเสริมต่อให้สนุกสนาน ตื่นเต้น ลึกลับ หรือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาจากจินตนาการของผู้เล่าเองก็ได้ และอาจสอดแทรกคติเตือนใจ หรือแนวทางปฏิบัติที่ถูกที่ควรในการดำรงชีวิตด้วย

ทรงธรรม  สุทธิธรรม ( 2534: 56 )  ได้ให้ความหมายนิทานว่า  เรื่องที่เล่าสืบต่อกันมา หรือแต่งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายที่ความสนุกสนานหรือสอดแทรกแนวคิดคุณธรรม  ลักษณะที่พึงประสงค์แก่เด็ก  เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามได้อย่างเหมาะสมในการดำรงชีวิตในสังคม

เกริก  ยุ้นพันธ์ (2539 อ้างถึงใน  น้ำฝน  ปิยะ 2543: 9) ให้ความหมายของนิทานว่า นิทานคือเรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณเป็นการผูกเรื่องขึ้น ให้ผู้ฟังเกิดความสนุกสนาน  แฝงคำสอนจรรยาในการใช้ชีวิต  เป็นการถ่ายทอดวัฒนธรรมต่อเนื่องของผู้เล่าให้คนรุ่นใหม่ฟัง

ประคอง  นิมมานเหมินท์ ( 2537: 59 )  ให้ความหมายของคำว่า “นิทาน” ที่ใช้ในวิชาคติชนวิทยา หมายถึง เรื่องที่เล่าสืบต่อกันมาจนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง นิทานเหล่านี้บางทีเรียกว่า นิทานพื้นบ้าน นิทานพื้นเมือง นิทานชาวบ้าน

สุมามาลย์ พงษ์ไพบูลย์ (2542, หน้า 7) กล่าวว่า นิทานเป็นคำศัพท์ภาษาบาลี หมายถึง คำเล่าเรื่อง ไม่ว่าเป็นเรื่องประเภทใด แต่อยู่ที่ลักษณะการเล่าที่เป็นกันเอง แม้จะเป็นข้อเขียนก็มีลักษณะคล้ายกับการเล่าที่เป็นวาจา โดยใช้ภาษาพูดหรือภาษาปากในการเล่า

จากความหมายดังที่กล่าวพอสรุปได้ว่า นิทาน คือ  เรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมา โดยมีจุดมุ่งหมายที่ความสนุกเพลิดเพลินเพื่อให้เด็กเกิดจินตนาการจากเรื่องที่อ่าน  อาจเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องที่สมมุติขึ้น  แต่ในนิทานจะสอดแทรกคุณธรรม  คติสอนใจ  แง่คิด  และวัฒนธรรมประเพณีเพื่อให้เด็กนำไปเป็นแบบอย่างหรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้